News

Loading...
Custom Search
Loading...

บทความที่ได้รับความนิยม

กะลอจี๊และขนมนกกระจอกติดหล่มหรือ(กะลอจี๊ไทย)

ขนมกะลอจี๊ จีน
กะลอจี๊  หรือ กะลอจี๋ เป็นขนมที่ใช้ในพิธีไหว้ในเทศกาลต่างๆ ของชาวจีนร่วมกับขนมเข่งและขนมเทียน แต่สำหรับประเพณีไหว้อาพั้งของชาวแต้จิ๋วในวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปีจะมีกะลอจี๊เป็นขนมสำคัญ กะลอจี๊ทำมาจากแป้งข้าวเหนียวกวนกับน้ำจนข้น เติมน้ำร้อน แล้วนำไปนึ่งให้สุก จากนั้นนำไปทอดน้ำมันน้อยให้เหลืองกรอบ เมื่อจะรับประทานจึงตัดเป็นชิ้นเล็กๆ คลุกด้วยงาและน้ำตาล
อุปกรณ์และวิธีทำ
ถ้วยตวง ช้อนตวง อ่างผสม หม้อต้มแป้ง ไม้โขกแป้ง กะทะก้นแบนสำหรับทอด
ส่วนผสมแป้ง
1 แป้งข้าวเหนียว 300 กรัม
2. น้ำอุ่นจัด 3/4 - 1 ถ้วย
3. เกลือป่น 1/4 ชช
ส่วนผสมคลุกแป้ง
1. งาขาว งาดำคั่ว บุบพอแตก 40 กรัม
2. ถั่วลิสงคั่วบุบละเอียด 60 กรัม
3. น้ำตาลทราย 100 กรัม(cane sugar)
4. เกลือ 1/4 - 1/2 ชช
วิธีทำ
1. นวดแป้งกับน้ำอุ่นให้เข้ากัน แบ่งเป็นก้อนๆ
2. ต้มน้ำให้เดือด กดแป้งที่แบ่งไว้แต่ละก้อน ให้แบน นำลงไปต้มในน้ำเดือดให้สุก แป้งสุกจะลอยขึ้น ตักขั้นพักให้สะเด็ดน้ำ
3. ใส่แป้งที่ต้มได้ลงในอ่าง ใช้ไม้ท่อนกลมหรือไม่ตีพริก (ห่อพลาสติก) โขลกแป้งให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน ทิ้งไว้ให้เย็น
4. แบ่งแป้งไปทอดบนกะทะก้นแบน โดยใช้น้ำมันน้อยๆ ให้แป้งภายนอกเหลือง
5. ใช้กรรไกรตัดแป้งเป้นชิ้นขนาดพอคำ นำไปคลุกน้ำตาลที่ผสมไว้ให้ทั่วทั้งชิ้น รับประทานร้อนๆ
วิธีทำน้ำตาล
ผสมงาขาว งาดำ น้ำตาลทราย ถั่วลิสงเหลือ รวมกันชิมรสตามชอบ
ข้อแนะนำ
1. นวดแป้งกับน้ำอุ่นจะทำให้ขนมเหนียว
2. แป้งที่ต้มเมื่อสุก จะมีลักษณะใสและลอยขึ้น ต้มนานแป้งจะเละ
3. การโขลกหรือตำแป้ง ต้องทำขณะที่แป้งยังร้อน
4. เมื่อโขลกหรือตำแป้งแล้ว ใช้น้ำมันพืชทาที่ผิวหน้าหรือปิดด้วยภาชนะ ถ้าโดนลมผิวหน้าของแป้งจะแห้ง
5. แป้งสามารถเก็บไว้ได้ 1-2 วัน
6. การทอดใช้ไฟอ่อนมากๆ ทอดให้เหลือง จึงพลิกกลับแป้งขึ้นด้านบน
7. แป้งที่ต้มแล้วนำมาทาน้ำมันไว้ก่อน นำไปทอดจะไม่ติดภาชนะ

ขนมกะลอจี๊ ไทย
ขนมนกกระจอกติดหล่มหรือกะลอจี๊ไทย
นี้จะคล้ายกับกะลอจี๊จีน ต่างกันตรงที่ของจีนจะทอดแต่ของไทยไม่ทอด วิธีการทำก็ง่ายๆ 
ขนมนี้เป็นขนมของเมืองสุพรรณบุรีนะ คนโบราณเรียกขนมนกกระจอกติดหล่มเพราะแป้งมันเหนียวมาก จนนกที่ตกลงไปไม่สามารถที่จะบินขึ้นได้ เป็นขนมโบราณที่หากินได้ยากแม้จะทำง่ายๆ เครื่องก็ไม่เยอะแต่ไม่มีคนจะทำกิน ที่จริงขนมเหนียวแต่ว่าเราคลุกกับงาคั่ว ถั่วลิสงคั่ว น้ำตาลและเกลือป่น ช่วยให้ขนมไม่เหนียวมาก เคี้ยวเพลินดีด้วย....

สิ่งที่ต้องเตรียม
◊ แป้งข้าวเหนียว ๑ ถ้วยตวง
◊ น้ำร้อน ๑/๒ ถ้วยตวง
◊ น้ำตาลทราย (cane sugar)ตามชอบ
◊ งาขาว งาดำคั่ว ตามชอบ
◊ ถั่วลิสงคั่ว ตามชอบ◊ เกลือป่น นิดหน่อย
***สูตรนี้มาเริ่มทำกันได้เลย***
เริ่มทำก็ตวงแป้งใส่ชามอ่าง ใส่น้ำร้อนลงไปครึ่งเดียวก่อน อย่าเพิ่งใส่ทีเดียวหมด เผื่อจะแฉะไป
ใช้ช้อนหรือพายคนให้แป้งเข้ากับน้ำ
ถ้าดูแล้วแป้งแห้งไปให้ค่อยเติมน้ำลงไปอีก ใช้ช้อนหรือพายคนแล้วก็ใช้มือนวดแป้ง นวดไปเรื่อยๆจนแป้งเหนียวนุ่มปั้นได้ ระหว่างนวดถ้ารู้สึกว่าแป้งไม่จับตัวกันก็ค่อยเติมน้ำลงไปเรื่อยๆนะ นวดเสร็จแล้วจะเป็นอย่างนี้
*นวดแป้งเสร็จแล้วก็ปั้นและเอาไปต้มแบบกะลอจี๊จีน หรือใครจะนึ่งเอาก็ได้ตามสะดวก สุกแล้วก็พักไว้ไม่ต้องทอด (แต่ถ้าใครอยากทอดเพื่อให้กรอบก็ทำได้ ไม่มีข้อห้ามใดๆสำหรับคนทาน)
*ทีนี้ก็เอางาขาว งาดำ ที่คั่วแล้วบุบให้แตกหน่อย จะได้มีกลิ่นหอมงา สำหรับถั่วลิสงคั่วก็บุบพอแตกเช่นกัน
*ตักน้ำตาลใส่ถ้วย ใส่เกลือป่นลงไปหน่อย คนให้เข้ากัน แล้วใส่งาคั่ว ถั่วลิสงคั่วลงไปคนให้เข้ากัน หรือใครจะแยกไว้ต่างหากไม่ใส่รวมกัน แต่ใส่ตอนโรยหน้าขนมเลยก็ได้เช่นกัน ตามสะดวก
เวลาทานก็ตักแป้งแป็นชิ้นพอคำแล้วคลุกกับน้ำตาล งา และถั่ว รสชาติเหนียวหนุบหนับ หอมกลิ่นงาและถั่วคั่ว...
เรียบเรียงข้อมูลเพิ่มเติมโดยmenmen

ขนมฝรั่งกุฎีจีน

การทำขนมฝรั่งกุฎีจีน
(Sweets guava Gudi China)
ขนมฝรั่งกุฎีจีนการทำขนมฝรั่งกุฎีจีน
ต้องอาศัยความชำนาญและความเอาใจใส่เป็นพิเศษ แม้แต่เครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้ก็ยังเป็นของเก่าดั้งเดิม บางส่วนที่ชำรุดก็นำมาดัดแปลงประยุกต์ใช้เพื่อความสะดวก อย่างเตาอบที่ใช้ก็เป็นแบบโบราณ ต้องอาศัยความชำนาญในการควบคุมความร้อน หน้าตาขนมจะกระเดียดทางขนมเค้ก แต่ด้วยสูตรพิเศษที่สืบทอดมาแต่โบราณ จะใช้เพียงไข่ แป้งสาลี และน้ำตาลทรายเท่านั้น จะไม่มีส่วนผสมของเนย นม ยีสต์ ผงฟู สารกันบูด เมื่อผ่านการอบด้วยอุณหภูมิความร้อนที่พอเหมาะ จะได้ขนมที่ออกมากรอบนอก นุ่มแน่นในพอดิบพอดี
ส่วนผสมหลัก ๆ
มีเพียง 3 อย่างเท่านั้นคือ แป้งสาลี ไข่เป็ด และน้ำตาลทราย
ขั้นตอนการทำ
ขนมฝรั่งกุฎีจีน เริ่มจากการนำแป้งสาลีมาทำการร่อน 3 ครั้ง เพื่อให้แป้งเบาตัว พักเตรียมไว้ในภาชนะ จากนั้นนำไข่เป็ดที่เตรียมไว้มาตอกใส่กะละมัง แล้วจึงเทลงไปในอ่างผสม ตามด้วยน้ำตาลทราย ใช้เครื่องตีไข่ตีจนขึ้นฟูเป็นครีมสีขาวเนียนละเอียดหรือจนฟองตั้งยอดอ่อน
เมื่อตีไข่กับน้ำตาลได้ที่ดีแล้ว ก็เทใส่ภาชนะปากกว้าง นำแป้งสาลีที่เตรียมไว้ค่อย ๆ ผสมลงไปทีละน้อย แล้วคนให้เข้ากัน ค่อย ๆ ใส่แป้งลงไปทีละน้อย ทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จนหมดแป้ง การทำเช่นนี้จะทำให้เนื้อแป้งไม่แน่นเกินไป
http://www.youtube.com/watch?v=ba5cM_N_uTs
ใส่แป้งหมดแล้วก็ตั้งทิ้งไว้สักครู่ ระหว่างนั้นก็ทำการเตรียมผลไม้ที่ใช้โรยหน้า ใช้กรรไกรตัดฟักเชื่อม ลูกเกด และลูกพลับอบแห้ง เป็นชิ้นเล็ก ๆ เสร็จแล้วก็วอร์มเตาอบให้ร้อน ก่อนจะนำพิมพ์ขนมที่เตรียมไว้วางเรียงให้เต็ม แล้วใช้ไม้ปั่นน้ำมันพืชลงในพิมพ์ให้ทั่ว พอพิมพ์ขนมร้อน ก็ทำการหยอดแป้งที่พักไว้ให้เต็มเบ้าพิมพ์พอแป้งตึงให้รีบโรยหน้าด้วยผลไม้อบแห้งที่เตรียมไว้ ตบท้ายด้วยการโรยน้ำตาลทรายบาง ๆ อย่างรวดเร็ว เพราะหากช้าผลไม้อบแห้งและน้ำตาลจะจมลงไปในแป้ง ไม่จับหน้าขนม เสร็จแล้วทำการอบขนมประมาณ 15 นาที จึงนำออกมาเคาะขนมออกจากพิมพ์ ตั้งพักไว้ให้คลายร้อน ก่อนจะบรรจุใส่ถุงขายได้เลย...
เอกลักษณ์ของขนมฝรั่งกุฎีจีนคือข้างนอกผิวจะสีน้ำตาลเกรียมน่ารับประทาน กลิ่นหอม กรอบนอก เนื้อในฟูนุ่มอร่อยลิ้น สามารถเก็บไว้ได้ประมาณ 2 สัปดาห์
วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้
1. เครื่องตีไข่
2. เตาอบขนมประดิษฐ์เอง
3. กรรไกร, อ่างผสม
4. ไม้พาย ทั้งแบบเป็นไม้และพลาสติก
5. พิมพ์ทองเหลืองทำเอง
6. กระด้ง
7. คีมสำหรับคีบ
8. กะละมัง
9. ทัพพี
10. ไม้ปั่นน้ำมันทำเอง
11. ตั่งเคาะขนม
ส่วนผสมน้ำตาลเคลือบ
น้ำตาลทราย 3 ถ้วย
น้ำ 1 ถ้วย
วิธีทำ มี 2 ขั้นตอน
1. ขั้นตอนการทำตัวขนม
2. ขั้นตอนการทำน้ำตาลเคลือบ
ส่วนประกอบขนมฝรั่งกุฎีจีน (สูตรบ้านคุณผจงลักษณ์ มณีประสิทธิ์)
แป้งสาลี 1 กิโลกรัม
ไข่เป็ด 40 ฟอง
น้ำตาลทราย 1-1½ กิโลกรัม
น้ำ 1 ถ้วย
เนยขาว สำหรับทาพิมพ์
วิธีทำ มีขั้นตอนดังนี้
1. ผสมแป้งครึ่งหนึ่งกับน้ำ เติมไข่ น้ำตาลทราย โดยใช้เครื่องผสมตีจนฟู
แล้วนำแป้งสาลีค่อยๆ ผสมเพิ่มลงไป คนให้เข้ากัน ต้องค่อยๆ ใส่แป้งทีละน้อย เนื้อแป้งจะได้ไม่แน่น
2. ทาพิมพ์ด้วยเนยขาว
1. ขั้นตอนการทำตัวขนม 
นำแป้งสาลีผสมเกลือซึ่งละลายน้ำแล้ว ผสมไข่ไก่เนยขาว มาการีน นวดจนเข้ากัน
แล้วใส่น้ำมันพืช นวดต่อจนเป็นเนื้อเดียวกันพักไว้ประมาณ 1 ½ ชั่วโมง
จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้มาคลึงด้วยไม้คลึงแป้งให้เป็นแผ่นบาง มีความหนาประมาณ 0.8 นิ้ว
แล้วตัดให้เป็นเส้นด้วยลูกกลิ้ง แต่ละเส้นกว้าง 0.5 นิ้ว ยาว 2.5 นิ้ว จำนวน 4 เส้น นำมาเรียงกัน
แล้วจับหัวท้าย พับขดให้เป็นรูปร่างคล้ายโบว์ให้สวยงาม
จากนั้นนำไปทอดในน้ำมันร้อนจนสุกเหลืองทิ้งไว้ให้เย็น
2. ขั้นตอนการทำน้ำตาลเคลือบ 
นำน้ำตาลผสมกับน้ำ แล้วเคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ ให้ข้นขนาดยางมะตูม
แล้วนำขนมที่ทอดแล้วลงเคลือบให้ทั่ว
ถ้าหากไม่ชอบหวานก็ไม่ต้องเคลือบน้ำตาลจะได้ขนมที่มีรสเค็มๆ มันๆ
3. นำแป้งที่ผสมแล้วมาหยอดใส่พิมพ์ 
4. อบด้วยเตาอบ โดยด้านล่างจะใช้แก๊ส ด้านบนใช้ถ่าน
5. หลังจากนั้น ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที พอหน้าขนมเริ่มตึง ก็โรยหน้าด้วยลูกเกดและน้ำตาลทราย
หลังจากนั้นประมาณ 30 นาที เมื่อขนมสุก เคาะออกจากพิมพ์
6. ทิ้งไว้ให้คลายร้อนแล้วนำขนมบรรจุใส่ถุง
เรียบเรียงข้อมูลเพิ่มเติมโดย menmen

ขนม “จีบไทย-ช่อม่วง”

Dessert - snacks.
ขนม  “จีบไทย-ช่อม่วง” อาหารว่างไทยเรามีมากมายหลายอย่างถ้าระดับชาววังละก็มารู้จัก “จีบไทย-ช่อม่วง” กันดีกว่า เป็นอาหารว่างที่อร่อยสวยงาม คือถ้าใดรเห็นจะหยุดดูทุกครั้งขอชิมสักนิดว่ารสชาติเป็นอย่างไรขนมช่อม่วง เป็นขนมไทยโบราณที่เป็นของกินเล่นมีส่วนผสมของ แป้ง หัวกะทิ น้ำมะนาว น้ำดอกมะลิและน้ำดอกอัญชันเพื่อให้แป้งเป็นสีม่วงและมีไส้อยู่ด้านใน
สูตรขนมช่อม่วงนี้เป็นสูตรของ คุณยายกระดังงา อายุ95ปี จากจังหวัดสมุทรสงคราม

ส่วนผสมแป้งขนมช่อม่วง
*แป้งข้าวเจ้า  1 – ½    ถ้วย
*แป้งท้าวยายม่อม  1  ช้อนโต๊ะ
*แป้งมัน  2  ช้อนโต๊ะ
*น้ำมันพืช  2  ช้อนโต๊ะ
*น้ำดอกอัญชัญ  1-  ½ ถ้วย
*กระเทียมเจียว พริกขี้หนู ผักกาดหอม ผักชี

สีม่วงได้จากดอกอัญชัน
ส่วนผสมไส้ขนมช่อม่วง
*สันในไก่บดละเอียด  1  ถ้วย
*หอมใหญ่สับละเอียด  1-1/2  ถ้วย
*กระเทียมซอย  1  ช้อนโต๊ะ      
*รากผักชีหั่นฝอย  2  ช้อนโต๊ะ
*พริกไทยป่น  2  ช้อนชา
*น้ำตาลทราย  1  ช้อนโต๊ะ
*น้ำตาลปี๊บ  3  ช้อนโต๊ะ
*เกลือป่น  1-1/2  ช้อนชา

วิธีทำไส้ขนมช่อม่วง
1.โขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทย ให้ละเอียด
2.น้ำมันใส่กระทะตั้งไฟให้ร้อน  ใส่เครื่องที่โขลกไว้ลงผัดให้หอม  ใส่ไก่ผัดให้สุก ใส่หอมใหญ่ผัดให้เข้ากัน  ใส่น้ำตาลทราย น้ำตาลปี๊บ เกลือป่น ผัดให้แห้ง ยกลงพักไว้ให้เย็น

วิธีทำขนมช่อม่วง
1.ผสมแป้งทั้ง 3 ชนิดรวมกัน  ผสมน้ำมันพืชและน้ำดอกอัญชันเข้าด้วยกันค่อย ๆ เทใส่แป้งเล็กน้อย  นวด 5 นาที ใส่น้ำที่เหลือให้หมด
2.เทส่วนผสมใส่กระทะทองเหลืองตั้งไฟแรง กวนให้แป้งสุกร่อนจากกระทะ ตักขึ้นใส่น้ำมันพืชเล็กน้อย นวดจนแป้งนุ่ม
3.แบ่งแป้งเป็นก้อนเล็ก แผ่แป้งให้กลมบางตักไส้ใส่หุ้มแป้งให้มิดไส้ ใช้แหนบจีบให้เป็นดอกไม้ให้สวยงาม วางบนในตองที่ทาน้ำมัน
4.นึ่งบนน้ำเดือด 3 นาที ยกลง พรมด้วยน้ำมัน เป็นอันเสร็จ
5.รับประทานกับผักกาดหอม ผักชี พริกขี้หนูสวน และกระเทียมเจียว
http://www.youtube.com/watch?v=56alDkDILaE
เทคนิคการประกอบ
ช่อม่วงที่ทำจากแป้งข้าวเหนียว เมื่อสุกแล้วแป้งจะนุ่มเหนียว ถ้าชอบแป้งอยู่ตัว ให้ใช้แป้งข้าวเจ้า ๒ ถ้วยตวง แป้งข้าวเหนียว ๒ ช้อนโต๊ะ นํ้าคั้นดอกอัญชัน ผสมน้ำกะทิ ๑ ถ้วยตวง ผสมเข้าด้วยกัน แล้วกวนจนแป้งสุกเกาะกันเป็นก้อน แล้วนวดจนเนียน ถ้าใช้แป้งสีขาวก็ให้ผสมสีม่วงของดอกอัญชัน

ลักษณะที่ดีของขนม
ขนมช่อม่วงต้องมีสีม่วงอ่อนเย็นตา สีม่วงข้าวเหนียวดำ หรือดอกอัญชันผสมนํ้ามะนาวก็ได้ ปั้นและจัดให้ประณีต ผิวขนมที่สุกแล้วชโลมด้วยกะทิ ไม่ติดกันเหนอะหนะ ขนมควรนุ่มเหนียว ถ้าใช้แป้งข้าวเจ้ากวน ความเหนียวจะน้อยกว่าใช้แป้งข้าวเหนียว ไส้กระฉีก จะหวานมากกว่าไส้ชิ้นฟัก

ขนมช่อม่วงอาหารว่างชนิดนี้มีไส้อื่นๆด้วยจะ เป็นไส้ปลาหรือไส้ไก่ก็ได้ แต่ความอร่อยอยู่ที่แป้ง ถ้าแป้งไม่นุ่มเหนียวต่อให้ไส้อร่อยก็ไม่มีความหมาย ทำอย่างไรให้แป้งนุ่มเหนียวครูนกบอกให้ ง่ายนิดเดียวอยู่ที่การกวนแป้ง อย่าให้แป้งสุกจนเกินไป ให้สุกแค่ประมาณ 70% ก็พอ คือสุกๆดิบๆแล้วก็นวดให้เข้ากัน ทำได้แค่นี้รับรองจะได้แป้งที่นุ่มเหนียวนำไปห่อไส้ได้เลย
แต่มีอีกอย่างคือ ก่อนนึ่งต้องอย่าลืมฉีดน้ำด้วยป็อกกี้ก่อนนะฉีดให้แป้งนวลที่ติดตัวขนมออกให้หมดก่อนนำไปนึ่งค่ะ อย่าลืมจับเวลา เพราะถ้านึ่งนานเกินไปขนมจะเละดูไม่ได้ เสร็จแล้วก็พรมน้ำมันกระเทียมเจียวให้หอม จัดเสิร์ฟได้เลย ครับ....
เรียบเรียงข้อมูลเพิ่มเติมโดย menmen

Translate

รายการบล็อกของฉัน

  • เก้าอี้สำนักงานกับการเลือกซื้อใช้ให้เหมาะสม - *เก้าอี้ดี งานก็เดิน.....(Office Chairs)* เก้าอี้สำนักงานเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากในการทำงาน นอกจากจะมีส่วนในการช่วยเพิ่มความสวยง...
    7 เดือนที่ผ่านมา
  • นิยามเรื่องของความรัก(Definition love) - *นิยามเรื่องของความรัก(Definition love)* *การห้ามใจไม่ให้รักนั้น…ยากนัก * แต่คงเทียบไม่ได้*…*กับการห้ามใจให้ลืมรักเพราะย่อมยากกว่า คุณอาจทำได้*…*เมื่อมีใครอ...
    1 ปีที่ผ่านมา
  • พระเยซูในศาสนาอิสลาม(Jesus in Islam.) - *พระเยซูในศาสนาอิสลาม(Jesus in Islam.)* *ความเชื่อและประเพณีของมุสลิมยังคงเป็นสิ่งลี้ลับสำหรับผู้ที่ไม่ใช่มุสลิมจำนวนมาก * *โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวคริสเตียน ซึ...
    1 ปีที่ผ่านมา
  • อกหักรักให้เป็น(Love and regret) - *อกหักรักให้เป็น(Love and regret)* แต่หากความรักไม่ได้เป็นอย่างที่หวังไว้ ความรู้สึกผิดหวังในเรื่องความรักก็จะเกิดขึ้น และปรากฏเป็นอาการ “อกหัก” ให้เห็น ซ...
    1 ปีที่ผ่านมา
  • ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนหลังคาบ้านใหม่(Housetop) - *ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนหลังคาบ้านใหม่(Housetop)* สาเหตุของปัญหาหลังคารั่วซึมส่วนใหญ่มักเกิดมาจากการเสื่อมสภาพของวัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในการมุงหลังคา โดยเฉพาะอย่...
    1 ปีที่ผ่านมา